ธุรกิจน่าสนใจสำหรับวัยอยากเกษียณ
หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์เรื่อง “Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้” จากบทละครที่เนรัญชราชวนสามีฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจยุคฟองสบู่แตกปีพ.ศ. 2540 ปรับบ้านเก่าให้เป็นโฮสเทล และสามารถก้าวข้ามปัญหาทางการเงินในเวลานั้น และกลายเป็นแหล่งรายได้เสริมของบ้านได้อย่างยั่งยืนจนถึงวัยเกษียณ จริงๆแล้ว ผู้เขียนบทต้องการบอกอะไรจากประเด็นนี้
การนำบ้านเก่า อาคารเก่า มาปรับเป็นโรงแรมเล็กๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ นั้นเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาในยุคเกือบสามสิบกว่าปีมานี้แล้ว บทภาพยนตร์ในส่วนนี้มาจากประสบการณ์ครอบครัวของผู้เขียนเองด้วยที่ทำธุรกิจโรงแรมเล็กๆกับครอบครัว เนื่องจากครอบครัวรับราชการ และต้องการมีรายได้เสริมที่มั่นคง จึงเริ่มจากการปรับบ้านเก่าเป็นโรงแรมขนาดเล็ก เมื่อดำเนินธุรกิจไปได้ดีพอมีเงินเหลือลงทุน ก็เริ่มขยับขยายโรงแรมบนที่ดินของครอบครัวในกรอบแนวคิดว่าไม่ทำธุรกิจที่ใหญ่โตจนเกินไปเอาแต่พอดีที่กำลังจะดูแลได้ และเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่เข้าวัยเกษียณ ธุรกิจดังกล่าวก็ยังคงเป็นทั้งรายได้เสริมที่มั่นคง และเป็นพื้นที่ต่ออายุวัยหนุ่มสาว เพราะการได้ขยับกายกำลัง คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับการดูแลธุรกิจเล็กๆของเรานั้นทำให้ได้ฝึกสมองอยู่เสมอด้วย
การที่ผู้สูงอายุยังคงมีอาชีพ สามารถทำงานหารายได้อย่างต่อเนื่องนั้น สำหรับผู้สูงอายุคือความภาคภูมิใจที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ ผู้สูงอายุไทยแม้จะดำเนินชีวิตมาบนกรอบวิถีค่านิยมของความกตัญญูกตเวทีที่ว่า เมื่อเราแก่ชราก็สามารถที่จะพึ่งพิงลูกหลาน หรือให้ลูกหลานเลี้ยงดูได้ แต่ในความเป็นจริงมีผลสำรวจและงานวิจัยอีกมากที่ค้นพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่กลับรู้สึกว่าคุณค่าในชีวิตคือการเป็นที่พึ่งให้ลูกหลาน เป็นแรงเกื้อหนุนให้ลูกหลานได้มากกว่า ดังนั้น ผู้สูงอายุในปัจจุบันจึงมีความสุขกับการที่ยังสามารถทำงานหารายได้ได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็มีเงินเก็บออมเพียงพอที่จะดูแลตัวเองและช่วยจุนเจือครอบครัวได้บ้าง
และเมื่อแนวคิดเช่นนี้สร้างความสุขใจให้แก่ผู้สูงอายุได้ แล้วอาชีพหรือช่องทางหารายได้อะไรบ้างที่น่าจะเหมาะสำหรับวัยเกษียณ?
จากประสบการณ์การทำงานจัดกิจกรรมร่วมกับชมรมผู้สูงอายุมานานกว่าสิบปี ผู้เขียนขอสรุปตัวอย่างอาชีพเสริมและช่องทางสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ ดังนี้
1) “สินทรัพย์สร้างรายได้เสริม” มีบ้านเก่าหลังใหญ่ไม่มีใครอยู่แล้ว ลูกหลานย้ายไปมีครอบครัวของตัวเอง หากเรายังต้องอยู่ลำพังในบ้านหลังใหญ่ เราอาจปรับบ้านให้เป็นบ้านเช่าหรือปรับเป็นแหล่งธุรกิจ โรงแรมเล็กๆ หรือปล่อยเช่าให้เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ แล้วรอรับค่าเช่าแบบสบายใจ ส่วนตัวเรานั้น อาจปรับมุมที่อยู่อาศัยแบบพอเพียง เล็กแต่น่าอยู่ เน้นบ้านอบอุ่นปลอดภัยดูแลได้ไม่เกินกำลัง
2) สติปัญญาความรู้คู่ประสบการณ์นำมาเป็นช่องทางสร้างรายได้ “งานที่ปรึกษา” การสร้างคลิปเล่าประสบการณ์การทำงาน การเป็นครู วิทยากร ฝึกอบรมหรือสอนพิเศษ ซึ่งเป็นงานที่เราทำได้ดี
3) “นักลงทุน” แบบเน้นเสี่ยงต่ำกำไรน้อยแต่ได้นานๆ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่มีเงินเก็บออม หากเอาแต่ใช้เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่นานก็หมดลง แต่หากตั้งเป้าหมายนำเงินมาลงทุนแบบไม่วางแผน เงินนั้นก็อาจหมดไปเช่นกัน เราสามารถเรียนรู้การลงทุนที่เราสนใจ เรียนให้รู้แล้วลองลงทุนทีละนิด และหมั่นติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอยู่เสมอ การเป็นนักลงทุนในวัยเกษียณมีข้อได้เปรียบคือเรามีเวลาเกาะกระดานการลงทุนได้ทั้งวัน อาจทำได้ดีแต่ต้องลงทุนอย่างมีสติ ไม่โลภ เน้นเสี่ยงต่ำกำไรน้อยแต่ได้นานๆ
4) เมื่อเราพร้อมมาลองเป็น “ผู้ดูแล” บ้างไหม หนึ่งในคุณสมบัติของผู้สูงอายุไทย คือการเป็น “ผู้ดูแล”ที่ดี เพราะส่วนใหญ่เราเติบโตมากับครอบครัวขยาย มีประสบการณ์ชีวิตพร้อมทั้งการดูแลลูกหลาน หรือการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน การเป็นผู้ดูแลนั้น เป็นหนึ่งในอาชีพสำคัญที่กำลังขาดแคลนในโลกปัจจุบัน ทั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือที่เรียกว่า “นักบริบาลผู้สูงอายุ” “พี่เลี้ยงเด็ก” “ผู้ดูแลคนพิการ” ซึ่งจะต้องมีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านแตกต่างกันไปแต่สามารถหาที่ฝึกอบรมเพิ่มความรู้ในภายหลังได้ งานลักษณะนี้ได้ทั้งรายได้เสริม ได้บุญ ได้ความสุขใจเพิ่มขึ้นด้วย
5) “ค้าขาย” อาชีพแต่โบราณมาแล้วขึ้นอยู่กับว่า เราสนุกและมีความสุข มีความพร้อมความถนัดที่อยากจะทำอะไรขาย เช่น หากเราชอบทำอาหาร หรือชอบทานอาหารเราก็เลือกขายอาหาร เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ทำแล้วมีความสุข หรือชอบซื้อเสื้อผ้า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสะสมเสื้อผ้าไว้เต็มตู้ล้นห้อง เราลองจัดระเบียบแล้วค่อยๆเลือกชุดเก่าๆมาลองขายดูก่อนก็ได้ การขายของมีข้อจำกัดสำหรับผู้สูงอายุอยู่บ้าง คือ การต้องขนของไปจัดวางจัดร้านขาย หาทำเลที่ตั้งของร้านค้า และอาจต้องมีต้นทุนเพิ่มของค่าเช่าสถานที่ แต่ถ้าผู้สูงอายุสนใจการขายของแบบออนไลน์ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพียงแต่ต้องเตรียมพร้อมความรู้เรื่องทักษะการขายแบบออนไลน์ และการเตรียมพร้อมในเรื่องอื่นๆ เช่น การแพ็คสินค้า การจัดส่งสินค้า และระบบบัญชีการเงิน รวมถึงการทำธุรกรรมออนไลน์ เป็นต้น
เขียนมาถึงตรงนี้ บอกเลยว่า อาชีพ 5 ข้อข้างต้นคือการพิจารณาถึงประสบการณ์ความรู้ความสามารถ หรือต้นทุนชีวิตที่มีอยู่แล้ว เพื่อหาช่องทางทำงานสร้างรายได้ แต่สำหรับผู้สูงอายุที่มองหาอาชีพเสริมใหม่ๆ ที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ เน้นเรียนรู้ใหม่ ผู้เขียนมีอีกสองอาชีพมาแนะนำ คือ
6) ปลูกต้นไม้เล็กๆ ขาย ไม้กระถาง ต้นไม้ในขวดแก้ว เช่น กลุ่มแคคตัส หรือพืชตระกูลเฟิร์น หรือมอส เพาะเลี้ยงเองได้ง่าย พอจัดลงกระถางเล็กๆ ตกแต่งน่ารัก นำมาขายได้ราคา เราทำเองก็เพลิดเพลินใจ
7) อาชีพดูดวง ตามหลักโหราศาสตร์ไทย หรือเรียนกลุ่มไพ่ยิบซี ไพ่ทาโร่ต์ หรือเรียนศาสตร์เกี่ยวกับหลักฮวงจุ้ยเรียนรู้ไม่ยากขึ้นอยู่กับการฝึกฝนประสบการณ์ เพียงแต่ต้องท่องคติการดูดวงว่า เป็นการดูตามหลักตำราที่เรียนมา เน้นดูเพื่อเป็นแนวทางและให้กำลังใจในการใช้ชีวิต ไม่หลอกลวงใคร เมื่อมีรายได้ก็แบ่งเงินไว้ทำบุญช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
ทั้ง 7 อาชีพที่แนะนำมานี้ เป็นอาชีพที่ผู้เขียนรวบรวมจากประสบการณ์ของการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุและเป็นประสบการณ์ในครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ว่าเราจะตัดสินใจอยากทำอะไรต้องคำนึงว่า หนึ่ง เรามีศักยภาพความสามารถที่จะทำได้หรือไม่ สอง เราอยากทำจริงๆทำแล้วสร้างความสุขในชีวิตเราใช่หรือไม่ สาม หากทำแล้วมีข้อผิดพลาด ทำได้ไม่ดีตามใจหวังเราจะไม่เสียใจผิดหวังใช่หรือไม่
เพราะชีวิตมีแต่ก้าวเดินไปข้างหน้า แต่จริงๆแล้วเวลาชีวิตของคนเรานั้นเปรียบดังนาฬิกาที่เดินถอยหลัง ดังนั้น หากเราคิดว่าสิ่งใดทำแล้วมีความสุขไม่สร้างความทุกข์ แถมยังสร้างรายได้เล็กๆน้อยๆให้เราได้ ก็ลองทำดู ไม่ลองไม่รู้ อย่าปล่อยเวลาผ่านเลยไปค่ะ.
ติดตามผลงานและเบื้องหลังของ Return to Reset ได้ที่
YouTube: Return to Reset (https://youtube.com/playlist?list=PLhBnFUqXsjnigdLOyGQCF7RrsUangSouG&si=L8qXQl6OSaFRBaWf)
เว็บไซต์กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์: www.thaimediafund.or.th
อ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. การลงทุนในวัยเกษียณสำหรับผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/th/know/15/791